M.AX-P

Focus Area 1: การเปลี่ยนผ่านผลิตภาพด้วย AI อุตสาหกรรมอัจฉริยะ และระบบนิเวศดิจิทัล (Productivity Transformation through AI, Smart Industries, and Digital Ecosystems)

มีเป้าหมายหลักในการเร่งรัดการปรับตัวใช้เทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นผู้นำด้านดิจิทัลในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยมีกรอบการทำงานตาม 4 เสาหลัก ดังนี้:

  • Pillar 1: เครือข่ายภาคี (Stakeholder Collaboration): เริ่มต้นจากการสร้างโครงการความร่วมมือร่วมกับองค์การเพิ่มผลผลิตแห่งเอเชีย (APO) เพื่อวางรากฐานการใช้ AI ในภาคอุตสาหกรรม พัฒนากลไกการทำงานร่วมกันข้ามภาคส่วน และผลักดันให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นประเทศผู้นำด้านการเปลี่ยนผ่านดิจิทัล (Lead Country on Digital Transformation) ในระดับภูมิภาคของ APO
  • Pillar 2: การวางแผนยุทธศาสตร์ (Strategic Planning Support): จัดทำแผนที่นำทาง Digital Productivity and Innovation Roadmap ภายใต้กรอบนโยบาย Thailand 4.0 และวิสัยทัศน์ APO Vision 2030 บูรณาการกรอบการทำงานนี้เข้าสู่นโยบายอุตสาหกรรมและภาคบริการหลัก เพื่อนำไปสถาปนาเป็นแผนแม่บทระดับชาติเชิงรูปธรรม
  • Pillar 3: พัฒนาขีดความสามารถ (Capacity Empowerment): ดำเนินโครงการนำร่องประเมินและปรับปรุงสายการผลิตด้วย AI ในกลุ่มวิสาหกิจตัวอย่าง ขยายผลการประยุกต์ใช้ระบบอัตโนมัติ (Automation Adoption) ในอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ เช่น ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ เกษตรแปรรูป และการแพทย์ และผลักดันการเข้าถึงระบบ AI และหุ่นยนต์ให้กลายเป็นมาตรฐานกระแสหลักในกลุ่มวิสหากิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ทั่วประเทศ พร้อมแบ่งปันบทเรียนร่วมกับประเทศสมาชิกอื่น
  • Pillar 4: คลังข้อมูลดัชนี (Knowledge & Information Support): ออกแบบระบบดัชนีชี้วัดผลิตภาพดิจิทัลเพื่อใช้เป็นข้อมูลปีฐาน (Baseline) ในการวิเคราะห์เชิงลึกและเปรียบเทียบมาตรฐาน (Benchmarking) จัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลสถิติข้ามอุตสาหกรรม จนสามารถพัฒนาขึ้นเป็นระบบข้อมูลสารสนเทศอัจฉริยะเพื่อการผลิตภาพดิจิทัลแบบบูรณาการ (Integrated Digital Productivity Intelligence System)

แผนปฏิบัติการ SPP ของประเทศไทย มีระยะเวลาดำเนินการ 3 ปี (2026-2028) มุ่งหวังให้เกิดผลสัมฤทธิ์ระดับสูงสุดในการบูรณาการเชิงนโยบายระดับชาติ และยกระดับประเทศไทยสู่บทบาทผู้นำในการขับเคลื่อนผลิตภาพในระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยผลสำเร็จที่คาดหวังในแต่ละ Focus Area สามารถสรุปแยกตาม 4 เสาหลักเชิงยุทธศาสตร์ได้ดังนี้

ปี พ.ศ. 2569 (2026): ปีแห่งการวางรากฐานและจัดทำข้อมูลฐาน (Foundational Year)

  • Pillar 1 (เครือข่ายภาคี):
    • ประชุมเชิงปฏิบัติการนโยบายร่วม (Collaborative Policy Makers Workshop): จัดการสัมมนาร่วมระหว่างหน่วยงานภาครัฐระดับกระทรวงต่างๆ เพื่อเผยแพร่แผนที่นำทางนโยบาย AI แห่งชาติ (National AI Roadmap) และเริ่มพิจารณาแนวทางของพาสปอร์ตดิจิทัล (Digital Passport)
    • จัดตั้งภาคีความร่วมมือกลุ่มแรก (1st AI Productivity Collaboration Consortium): สร้างเวทีทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวง สมาคมวิสาหกิจ (SMEs Confederation) สถาบันการเงิน และภาคการศึกษา เพื่อระบุกลุ่มโรงงานทดลองและศึกษาโครงสร้างระบบการเงินสนับสนุนการยกระดับดิจิทัล
    • ลงนามความร่วมมือวิชาการ (MoU on Partnerships): จัดการลงนามข้อตกลงเพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีและการสนับสนุนทางเทคนิคร่วมกันระหว่าง สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ (FTPI) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (KMITL) และมหาวิทยาลัย UNIST จากประเทศเกาหลีใต้
  • Pillar 2 (แผนยุทธศาสตร์):
    • พัฒนาร่างแผนที่นำทางผลิตภาพดิจิทัล (Roadmap Development): จัดตั้งคณะทำงานร่วมเพื่อร่างแผนที่นำทาง Digital Productivity and Innovation Roadmap (รวมถึงแผนงาน Digital Passport และแพลตฟอร์มโครงสร้างพื้นฐานระดับชาติ NQI)
  • Pillar 3 (พัฒนาขีดความสามารถ):
    • ศึกษาดูงานระดับสากล (Study Mission in ROK): ทีมงานร่วมของไทยเข้าศึกษาดูงาน Smart Manufacturing และหลักสูตร MAX (Manufacturing AI Transformation) ณ มหาวิทยาลัย UNIST และหน่วยงานผลิตภาพในเกาหลีใต้ เพื่อถอดบทเรียนมาปรับใช้
    • โครงการนำร่องโรงงานอัจฉริยะกลุ่มแรก (1st Demonstration Project): คัดเลือกวิสาหกิจ 5–10 แห่งในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายเพื่อติดตั้งระบบ AI/IoT โดยได้รับการสนับสนุนการวินิจฉัยปัญหาเชิงลึกและส่งเสริมการขอทุนสนับสนุนของรัฐ
    • ร่างหลักสูตรผู้เชี่ยวชาญ (Curriculum Design): ออกแบบร่างโครงสร้างชุดวิชาความเชี่ยวชาญด้านการรวมระบบการผลิตด้วย AI (AI-Driven Productivity System Integration Specialists Curriculum)
  • Pillar 4 (คลังข้อมูลดัชนี):
    • พัฒนาตัวชี้วัดและแพลตฟอร์มปีฐาน (Indicator & Platform MVP): ออกแบบชุดตัวชี้วัดประสิทธิภาพโรงงานดิจิทัล และปรับปรุงระบบสถิติของเว็บ piu.ftpi.or.th (MVP) เพื่อจัดตั้งระบบฐานข้อมูลของสถานประกอบการและการประเมินขีดความสามารถด้าน AI เบื้องต้น

ปี พ.ศ. 2570 (2027): ปีแห่งการขยายผลและการทดลองใช้จริง (Scaling & Integration Year)

  • Pillar 1 (เครือข่ายภาคี):
    • จัดตั้งภาคีความร่วมมือกลุ่มที่สอง (2nd Consortium): จัดงานเปิดตัวและเผยแพร่แผนที่นำทางนโยบายอย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งจัดแสดงนิทรรศการกรณีศึกษาความสำเร็จของโรงงานนำร่องรุ่นแรกเพื่อขับเคลื่อนการขยายผล
  • Pillar 2 (แผนยุทธศาสตร์):
    • เวทีเสวนาเชิงนโยบายระดับชาติ (National Policy Dialogue): การจัดประชุมใหญ่ร่วมกับคณะผู้บริหารกระทรวงต่างๆ เพื่อประเมินช่องทางและเครื่องมือนโยบายในการผลักดันแผนงานดิจิทัลเข้าสู่ข้อกำหนดการพัฒนาอุตสาหกรรม
  • Pillar 3 (พัฒนาขีดความสามารถ):
    • อบรมผู้เชี่ยวชาญรุ่นแรก (Pilot Training Course): ดำเนินการฝึกอบรมบุคลากรเป้าหมาย 20–25 รายจากโรงงานต่างๆ เพื่อสร้างผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรอง โดยผู้เรียนต้องเขียนแผนงานระบบปรับปรุงสายการผลิตจริง
    • โครงการสาธิตระยะขยายผล (Demonstration Project 2): นำผู้ที่ผ่านการอบรมกลับไปดำเนินการติดตั้งโครงการติดตั้ง AI จริงในกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม 10–15 แห่ง ภายใต้การดูแลให้คำแนะนำใกล้ชิดจากผู้เชี่ยวชาญ
    • พัฒนาต้นแบบพาสปอร์ตดิจิทัล (Digital Passport MVP): ออกแบบและทดสอบระบบประวัติการรับรองคุณวุฒิความชำนาญการออนไลน์สำหรับบุคคลและระดับขีดความสามารถองค์กร เพื่อจัดทำระบบต้นแบบที่ใช้งานได้จริง
    • ส่งบุคลากรไทยฝึกอบรมขั้นสูงที่เกาหลีใต้ (Advanced MAX Program): ส่งผู้เชี่ยวชาญ5–10 รายจากหน่วยงานพันธมิตร เข้าอบรมหลักสูตรขั้นสูง MAX ณ มหาวิทยาลัย UNIST เพื่อสร้างผู้ฝึกสอน (Trainers of Trainers) ในประเทศไทย
  • Pillar 4 (คลังข้อมูลดัชนี):
    • รวบรวมข้อมูลสถิติข้ามอุตสาหกรรม (Data Collection & Analysis): เริ่มดำเนินการจัดเก็บ รวบรวม และประมวลวิเคราะห์สถิติตัวชี้วัดผลิตภาพที่ได้รับจากระบบโรงงานนำร่องในระยะที่ 1 และ 2 เพื่อใช้ในการวางมาตรฐานกลาง

ปี พ.ศ. 2571 (2028): ปีแห่งความยั่งยืนและความเป็นผู้นำภูมิภาค (Mainstreaming & Leadership Year)

  • Pillar 1 (เครือข่ายภาคี):
    • จัดภาคีระดับภูมิภาค (3rd Consortium – APO Invitation): เชิญคณะผู้แทนจากประเทศสมาชิกของ APO มาร่วมแบ่งปัน แลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดของไทย และจัดตั้งเครือข่ายพันธมิตรการเรียนรู้ดิจิทัลระดับภูมิภาค
  • Pillar 2 (แผนยุทธศาสตร์):
    • สถาปนาแผนแม่บทระดับชาติ (National Policy Integration): การผลักดันและบรรจุกรอบแนวคิดผลิตภาพดิจิทัลทั้งหมดเข้าสู่ แผนแม่บทผลิตภาพดิจิทัลและนวัตกรรมแห่งชาติ (National Master Plan)
  • Pillar 3 (พัฒนาขีดความสามารถ):
    • ขยายระดับผู้เชี่ยวชาญสู่สายงานทั่วไป (Specialists Scale-up): ดำเนินการจัดฝึกอบรมทักษะรวมระบบ AI รุ่นถัดไป และเริ่มเปิดระบบการตรวจสอบและยื่นรับรองพาสปอร์ตดิจิทัลของบุคคลอย่างแพร่หลาย
    • ติดตั้งระบบ AI และหุ่นยนต์เป็นมาตรฐาน SMEs (SME AI Mainstreaming): ผลักดันให้กลุ่มวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมทั่วประเทศสามารถเข้าถึงการใช้งานระบบควบคุม AI และระบบอัตโนมัติเป็นมาตรฐานหลัก
    • เชื่อมระบบสิทธิประโยชน์ทางการเงิน (Preferential Financing Link): ประกาศเชื่อมโยงระบบการรับรองพาสปอร์ตดิจิทัลร่วมกับระบบการให้สินเชื่อเงื่อนไขพิเศษหรือดอกเบี้ยพิเศษร่วมกับสถาบันการเงินพันธมิตรของโครงการ
    • จัดการประชุมนำเสนอผลสัมฤทธิ์ระดับภูมิภาค (APO Dissemination Conference): จัดสัมมนาระดับนานาชาติเพื่อจัดแสดงความสำเร็จและเป็นตัวแบบการขับเคลื่อนนโยบายผลิตภาพดิจิทัลให้แก่ประเทศสมาชิกอื่นๆ ในเอเชียแปซิฟิก
  • Pillar 4 (คลังข้อมูลดัชนี):
    • ระบบสารสนเทศอัจฉริยะสมบูรณ์แบบ (Integrated Data System Scaled Up): ยกระดับระบบข้อมูลให้เป็นศูนย์รวบรวมข้อมูลกลางอัจฉริยะระดับชาติที่รองรับผู้ใช้งาน SMEs ในระบบฐานข้อมูลสะสมกว่า 1,000 ราย และเชื่อมต่อกับเกณฑ์เทียบเคียงมาตรฐานความพร้อมการใช้งานด้าน AI (Practical AI Benchmarking)