Author: siriporn petchkong
ขอเชิญเข้าร่วมฝึกอบรมหลักสูตร “DX TRANSFORMER DEVELOPMENT: ENGINEER OT LEVEL” ภายใต้ ASEAN Support Program for GX/DX Human Resource Development
หลักสูตรสำหรับวิศวกรและช่างเทคนิคที่ต้องการพัฒนาทักษะด้าน Digital Transformation (DX) และ Green Transformation (GX) เพื่อเพิ่ม Productivity และต่อยอดสู่การทำ Digital Transformation Case จากโรงงานจริง
ผลลัพธ์การเรียนรู้หลักสูตร
✅ ผู้เข้าอบรมมีความรู้ด้าน Digital Transformation (DX)
✅ สถานประกอบการปรับการผลิตเดิมสู่ Digital เพื่อเพิ่ม Productivity
✅ สถานประกอบการได้รับทำ Digital Transformation Case จากโรงงานจริง
ขอเชิญเข้าร่วมฝึกอบรมหลักสูตร “DX TRANSFORMER DEVELOPMENT: LEADER LEVEL”
ภายใต้ ASEAN Support Program for GX/DX Human Resource Development หลักสูตรสำหรับผู้บริหาร/หัวหน้างาน ที่ต้องการพัฒนาองค์กรสู่ Digital Transformation (DX)
และ Green Transformation (GX) อย่างเป็นระบบ พร้อมเรียนรู้ผ่าน Workshop และ Factory Visit
ผลลัพธ์การเรียนรู้หลักสูตร
✅ ผู้เข้าอบรมมีความรู้ด้าน Digital Transformation (DX)
✅ สถานประกอบการปรับการผลิตเดิมสู่ Digital เพื่อเพิ่ม Productivity
✅ สถานประกอบการได้รับทำ Digital Transformation Case จากโรงงานจริง
สิ่งที่คุณจะได้รับจากโครงการ
– ที่ปรึกษาธุรกิจแบบ 1-on-1: เจาะลึกปัญหาและวางแผนธุรกิจ (Business Model) ให้ใช้ได้จริง
– เครื่องมือจัดการต้นทุน: วิเคราะห์กำไรและจัดทำระบบบัญชีร้านอาหารอย่างเป็นระบบ
– พัฒนาเมนูใหม่: โดยทีมนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยและผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
– โอกาสรับทุนสนับสนุน: เชื่อมโยงแหล่งทุนเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมอาหารสู่ตลาดสากล
– ได้ร่วมเป็นครอบครัวเดียวกันกับสถาบันอาหารโดยรับสิทธิสมาชิกสถาบันอาหารประเภท Standard ฟรี 1 ปี เพื่อรับบริการต่างๆมากมายในการเป็น เครื่องมือติดอาวุธให้ร้านอาหาร ทั้งการตรวจวิเคราะห์จากห้องแลป, งานสัมนา, ข้อมูลและแนวโน้มอุตสาหกรรมอาหารไทย ช่องทางการตลาดอีกมากมาย
การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) ได้กลายเป็นเมกะเทรนด์ ที่กำหนดทิศทางเศรษฐกิจโลกอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในบริบทของการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) และเป้าหมาย Net-Zero Emissions ภายในปี 2050 ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อโครงสร้างตลาดแรงงานทั่วโลก การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวไม่ได้เพียงสร้างงานใหม่ แต่ยังเปลี่ยนทักษะที่จำเป็น สำหรับแรงงานในทุกอุตสาหกรรม ภายใต้บริบทนี้ “Green Skills” หรือ “ทักษะสีเขียว” จึงกลายเป็นหนึ่งในทักษะที่สำคัญที่สุดในตลาดแรงงานยุค 2026 โดยมีบทบาททั้งในเชิงการสร้างผลิตภาพ (Productivity) การแข่งขันทางเศรษฐกิจ และความยั่งยืนในระยะยาว
การวัดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint) ได้เปลี่ยนจากเรื่องของสิ่งแวดล้อมไปสู่ข้อกำหนดทางธุรกิจที่มีผลโดยตรงต่อความสามารถในการแข่งขันขององค์กร โดยเฉพาะภายใต้แรงกดดันจากมาตรการระหว่างประเทศ เช่น Carbon Border Adjustment Mechanism (CBAM) ของสหภาพยุโรป และกรอบ ESG ที่นักลงทุนให้ความสำคัญมากขึ้น องค์กรจึงจำเป็นต้องสามารถ “วัด–รายงาน–ลด” การปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างเป็นระบบ อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญอยู่ที่ความซับซ้อนของกระบวนการวัด ซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อมูลจำนวนมหาศาลและหลากหลายแหล่ง
ในบริบทของเศรษฐกิจโลกยุคใหม่ การแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไม่ได้ถูกกำหนดด้วย “ต้นทุน” หรือ “ประสิทธิภาพการผลิต” เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป หากแต่ต้องรวมถึง “ความยั่งยืน” (Sustainability) และ “ความสามารถในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง” (Resilience) ด้วย แนวโน้มดังกล่าวถูกขับเคลื่อนโดยแรงกดดันจากหลายปัจจัย ได้แก่ นโยบายด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศคู่ค้า ความคาดหวังของนักลงทุนในกรอบ ESG (Environmental, Social, Governance) และความตระหนักของผู้บริโภคต่อผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม
ห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกกำลังเผชิญกับความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง Digital Twin เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีสำคัญที่มีบทบาทโดยตรงต่อการเพิ่มความยืดหยุ่นให้แก่การจัดการห่วงโซ่อุปทาน จุดเด่นสำคัญของ Digital Twin คือการสร้างแบบจำลองดิจิทัลของห่วงโซ่อุปทานที่สะท้อนสถานการณ์จริงได้แบบเรียลไทม์ ทำให้องค์กรสามารถมองเห็นความเชื่อมโยงของทั้งเครือข่าย ติดตามความเปลี่ยนแปลง และจำลองผลกระทบจากสถานการณ์ต่างๆ ได้ล่วงหน้าก่อนตัดสินใจดำเนินการจริง
“ผลิตภาพ” ได้กลายเป็นประเด็นศูนย์กลางของการวิเคราะห์ศักยภาพเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะในบริบทที่การเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศชะลอลงอย่างต่อเนื่อง แม้ประเทศไทยจะสามารถรักษาอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจในระดับบวกได้ แต่การขยายตัวดังกล่าวกลับอยู่ในระดับต่ำและไม่เพียงพอที่จะยกระดับประเทศสู่กลุ่มรายได้สูงได้อย่างยั่งยืน สะท้อนให้เห็นถึงข้อจำกัดเชิงโครงสร้างที่ฝังลึกในระบบเศรษฐกิจ โดยเฉพาะปัญหา “กับดักผลิตภาพต่ำ” ซึ่งเป็นทั้งปัญหาเชิงประวัติศาสตร์และความท้าทายใหม่ในยุคเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ท่ามกลางบริบทของเศรษฐกิจโลกที่กำลังก้าวเข้าสู่ยุคของ “ความไม่แน่นอนเชิงโครงสร้าง” (Structural Uncertainty) แนวคิด Industry 4.0 อาจมีข้อจำกัดในการตอบโจทย์ความท้าทายใหม่ของโลกยุคปัจจุบัน ที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนของระบบเศรษฐกิจและสังคม ดังนั้น แนวคิด Industry 5.0 จึงถูกเสนอขึ้นในฐานะ “วิวัฒนาการใหม่ของอุตสาหกรรม” ที่มุ่งปรับสมดุลระหว่างการพัฒนาเทคโนโลยีกับคุณค่าของมนุษย์และสิ่งแวดล้อม โดยเน้นการสร้างระบบอุตสาหกรรมที่มีความยืดหยุ่น (Resilience) ความยั่งยืน (Sustainability) และให้ความสำคัญกับมนุษย์เป็นศูนย์กลาง (Human-centric)
ไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศ นั่นคือ ปัญหา “ช่องว่างด้านทักษะ (Skill Gap)” ของแรงงานไทย ซึ่งปัญหานี้ไม่เป็นเพียงประเด็นด้านการขาดแคลนแรงงานทักษะขั้นสูงเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึง “ความไม่สอดคล้อง” (Mismatch) ระหว่างทักษะของแรงงานกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพการผลิต การลงทุน และการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว